"ก็อยากใช้ชีวิตให้ปกติเหมือนเดิมไปเที่ยว ไปไหนมาไหนด้วยกันได้ค่ะ" คนในบ้านของคนไข้คนนึงพิมพ์มาบอกผมเมื่อ 14 ตุลาที่ผ่านมาครับ เขาทักมาถามแทนคนที่บ้านที่เป็นถุงลมโป่งพอง แล้วเล่าต่ออีกว่า "ตอนนี้เวลาไปไหนก็กังวลว่าจะมีอาการขึ้นมาค่ะ"
คุณเคยเป็นแบบนี้ไหมครับ หรือคนที่บ้านเป็นอยู่
ผมไม่รู้ว่าท่านอายุเท่าไหร่ เป็นมากี่ปีแล้ว เพราะคนที่พิมพ์มาเป็นคนในบ้าน ไม่ใช่ตัวคนไข้เอง แต่ที่ผมรู้แน่ๆ คือทุกครั้งที่จะพาออกจากบ้าน ไม่ว่าจะไปตลาด ไปหาหมอ หรือไปเที่ยวไหน คนดูแลจะคิดอยู่เรื่องเดียวเลยครับ
"ตอนนี้เวลาไปไหนก็กังวลว่าจะมีอาการขึ้นมาค่ะ"
คนในบ้านของคนไข้ · ทักมา 14 ต.ค.
ไม่ต้องอยู่แต่บ้านหรอกครับ ออกไปเที่ยวได้ ถ้าเตรียมตัวให้ดี มีอยู่ 4 เรื่อง พกยาพ่นฉุกเฉินติดตัวตลอด เลือกที่เที่ยวที่ไม่ต้องขึ้นเขาขึ้นบันไดเยอะ เดินทีละช่วงสั้นๆ แล้วก็รู้ไว้ก่อนว่าแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล พอรู้ว่าต้องทำอะไร ก็จะกังวลน้อยลงเยอะเลย
ถ้าเป็นเคสนี้ ผมจะแนะนำแบบนี้ครับ
ทำไมออกไปข้างนอกแล้วหอบง่ายกว่าอยู่บ้าน
ที่อาการชอบโผล่ตอนออกไปข้างนอก ก็เพราะตอนเดิน ขึ้นบันได หรือแม้แต่ตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยว ร่างกายต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้นครับ แต่ปอดที่เสียไปแล้วส่งออกซิเจนตามไม่ทัน เลยเหนื่อยหอบเร็วกว่าคนทั่วไปเยอะ ถ้าอยากรู้ว่าถุงลมที่พังแล้วรับออกซิเจนได้น้อยลงยังไง ผมเล่าไว้ในถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร
คนไข้กลุ่มนี้เลยกลัวอาการกำเริบตอนออกนอกบ้าน มากกว่าตอนอยู่บ้านเฉยๆ หลายบ้านเลยไม่พาไปไหนเลยดีกว่า ทั้งที่ลึกๆ ทุกคนก็อยากพาคนที่รักออกไปเที่ยวเหมือนตอนที่ยังแข็งแรง
เตรียมตัวก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
1. พกยาพ่นฉุกเฉินติดตัวเสมอ
อย่าทิ้งไว้ที่บ้านครับ ใส่กระเป๋าเล็กๆ ที่หยิบง่าย เพราะอาการกำเริบมักมาแบบไม่บอกล่วงหน้า ถ้ายังแยกไม่ออกว่าหลอดไหนใช้ตอนมีอาการ ผมเล่าวิธีดูไว้ในยาพ่นสีฟ้ากับสีส้มต่างกันยังไง
ยาประจำก็ยังต้องพ่นตามปกตินะครับ จะหยุด จะลด จะเปลี่ยนยา ต้องให้หมอบอกเท่านั้น ถ้ากำลังคิดจะหยุดยาไม่ว่าเพราะอะไร ผมตอบไว้ในยาพ่นไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม
2. เลือกที่เที่ยวพื้นราบ
เลี่ยงที่ที่ต้องขึ้นเขาหรือขึ้นบันไดเยอะ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็หาจุดพักไว้ก่อนเลย ไม่ต้องรอให้เหนื่อยแล้วค่อยหยุด
3. แบ่งการเดินเป็นช่วงสั้นๆ
เดินครั้งละ 10 ถึง 15 นาที แล้วนั่งพัก ไม่ต้องรีบไปให้ถึงทีเดียว ถ้าปกติพ่นยาแล้วโล่งได้ไม่นานอยู่แล้ว ก็พักให้ถี่ขึ้นอีกหน่อย จะช่วยได้เยอะ เรื่องนี้ผมเล่าแยกไว้ในพ่นแล้วโล่งแป๊บเดียว
4. รู้สัญญาณอันตรายไว้ก่อนล่วงหน้า
อย่ารอดูอาการก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ถ้ารู้สัญญาณพวกนี้ไว้ก่อน จะกังวลน้อยลงเยอะเลยครับ เพราะรู้แล้วว่าต้องทำอะไร
แบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลตอนออกไปเที่ยว
- ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียวคล้ำ
- หายใจเร็วจนพูดเป็นประโยคไม่ได้
- พ่นยาฉุกเฉินไปแล้ว 10 ถึง 15 นาที ก็ยังไม่ดีขึ้น
ถ้ามีข้อไหนตรง ให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ไม่ต้องรอดูว่าเดี๋ยวจะดีขึ้นเองไหม
คำถามที่คนทักมาถามบ่อย
กำลังเที่ยวอยู่แล้วเริ่มเหนื่อย ควรทำอะไรก่อน?
หยุดเดินเลยครับ หาที่นั่งพัก แล้วพ่นยาฉุกเฉินตามที่หมอสั่ง อย่าฝืนเดินต่อ
ไม่กล้าพาไปเที่ยวเลยดีกว่าไหม เพราะกลัวเกิดเหตุ?
ไม่ต้องถึงขั้นไม่ไปเลยครับ แค่เตรียมตัวตามที่เล่ามา ก็จะกังวลน้อยลง เพราะรู้แล้วว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นต้องทำยังไง
เดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน ต้องเตรียมยาพ่นเพิ่มไหม?
พกยาพ่นให้พอใช้ทั้งทริป เผื่อเหลือดีกว่าขาดครับ แล้วพกติดตัวไว้ตลอด อย่าใส่กระเป๋าใบใหญ่ที่อยู่ท้ายรถหรือโหลดใต้เครื่อง
วันนี้ลองจัดกระเป๋าใบเล็กใส่ยาพ่นฉุกเฉิน วางไว้ใกล้ประตูบ้านครับ จะออกไปไหนก็หยิบติดมือไปได้เลย ไม่ต้องรอใกล้วันเที่ยวค่อยนึกถึง ไม่ต้องซื้ออะไรเลย แต่ออกจากบ้านทีไรก็อุ่นใจขึ้น
แล้วคุณหละ..?
ถ้าหายใจได้โล่งขึ้น คุณอยากพาคนที่คุณรักไปเที่ยวที่ไหนมากที่สุดครับ มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะครับ ^_^
ทักมาเล่าให้ผมฟังใน Messengerถ้ามีคนในครอบครัวเป็นถุงลมโป่งพอง ส่งบทความนี้ให้เค้าอ่านด้วยนะครับ
คำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง ไม่ระบุชื่อเต็มและที่อยู่ · บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล เรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่
ผมขาย BLB U เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนเป็นถุงลมโป่งพอง มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 ผลิตจากโรงงานมาตรฐาน GMP ครับ
BLB U ไม่ใช่ยานะครับ ใช้แทนยาที่หมอให้ไม่ได้ ถ้าคุณเป็นโรคตับ โรคไต หรือทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่ ผมไม่แนะนำให้ทานครับ
ดูรายละเอียด BLB Uอ่านต่อ

โล่งแป๊บเดียว แล้วกลับมาแน่นอีก
พ่นแล้วโล่งได้ไม่กี่ชั่วโมง โดยเฉพาะตอนกลางคืน แบบนี้แปลว่ายายังทำงานอยู่นะครับ แต่ช่วงที่โล่งยาวหรือสั้น มันบอกได้ว่าโรคยังคุมอยู่ หรือเริ่มคุมไม่อยู่แล้ว

ยาพ่นสีฟ้ากับสีส้ม ต่างกันยังไง
สีของหลอดยาพ่นไม่ได้เป็นมาตรฐานอะไรเลยครับ ยาตัวเดียวกัน คนละยี่ห้อก็อาจคนละสี ผมบอกวิธีดูไว้ว่ายาที่คุณถืออยู่เป็นตัวขยายหรือตัวคุม แบบไม่ต้องดูสี

ไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม
อยากหยุดยาพ่น เพราะกลัวติด กลัวผลข้างเคียง หรือรู้สึกว่าดีขึ้นแล้ว เหตุผลที่คนอยากหยุดมีอยู่ 4 ข้อ และทุกข้อมีทางที่ดีกว่าการหยุดเองครับ