คนที่ทักมาปรึกษาผมส่วนใหญ่เรียกยาตัวเองด้วย "สี" ครับ ไม่ได้เรียกด้วยชื่อยา
"มียาพ่นที่หมอให้มาสองอัน สีฟ้ากับสีส้มครับ"
"ไอไม่หาย แล้วก็เหนื่อย ยาพ่นให้สีม่วงพ่นเช้าเย็น"
"หลอดสีขาว เช้าเย็น"
ตอบตรงๆ ก่อนเลยครับ: สีของหลอดยาไม่ใช่มาตรฐานอะไรทั้งสิ้น ยาตัวเดียวกันคนละยี่ห้ออาจคนละสี ยาคนละตัวอาจสีเดียวกัน และโรงพยาบาลคนละที่ก็ให้ยาคนละยี่ห้อ การจำยาด้วยสีจึงเป็นเรื่องที่อันตรายกว่าที่คิด
แต่สิ่งที่ต้องรู้จริงๆ ไม่ใช่เรื่องสีครับ คือ ยาพ่นมีอยู่ 2 หน้าที่ และสองหน้าที่นี้ห้ามใช้แทนกัน พออ่านจบคุณจะแยกออกเองว่าหลอดที่ถืออยู่ในมือเป็นหน้าที่ไหน
หน้าที่ที่ 1 — หลอด "ช่วยตอนอาการมา"
หลอดแบบนี้ออกฤทธิ์เร็วมาก พ่นแล้วรู้สึกได้ในไม่กี่นาที เพราะมันเข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่กำลังรัดท่อลมอยู่ตอนนั้นเลย
แต่มันอยู่ได้ไม่นาน ประมาณไม่กี่ชั่วโมงก็หมดฤทธิ์ นี่คือหลอดที่หมอบอกให้ "พกติดตัวไว้ พ่นเมื่อมีอาการ"
หน้าที่ของมันคือ ดับไฟ ไม่ใช่กันไฟ
หน้าที่ที่ 2 — หลอด "พ่นประจำ กันไว้ก่อน"
หลอดแบบนี้พ่นแล้วมักไม่รู้สึกอะไรทันทีครับ และนี่แหละคือจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด
เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้รู้สึก มันทำงานสะสมไปเรื่อยๆ เพื่อลดการอักเสบในท่อลมและกันไม่ให้อาการกำเริบ หมอถึงสั่งว่าให้พ่นเช้าเย็นทุกวัน ไม่ว่าวันนั้นจะมีอาการหรือไม่มีก็ตาม
หน้าที่ของมันคือ กันไฟ ไม่ใช่ดับไฟ
ทำไมการสลับสองอันนี้ถึงอันตราย
ถ้าเอาหลอด "พ่นประจำ" มาใช้ตอนหอบ — มันช้าเกินไปครับ กว่าจะออกฤทธิ์อาการอาจหนักไปแล้ว
ถ้าเอาหลอด "ช่วยตอนอาการมา" มาใช้แทนหลอดประจำ — อันนี้อันตรายกว่า เพราะเราจะรู้สึกว่า "ก็ดีนี่ พ่นแล้วโล่งทุกที" แต่ข้างในการอักเสบยังเดินหน้าต่อไปเงียบๆ ทุกวัน เหมือนกินยาแก้ปวดกลบอาการไว้ แต่ต้นเหตุยังอยู่
และคนกลุ่มนี้แหละที่มักจะมาบอกผมว่าพ่นแล้วโล่งอยู่แป๊บเดียว ซึ่งผมเขียนแยกไว้อีกบทความนึงว่าทำไมพ่นแล้วโล่งแป๊บเดียวแล้วกลับมาแน่นอีก
แต่ต้องบอกไว้ด้วยว่า ต่อให้ใช้ยาถูกทุกอย่างแล้ว ยาพ่นก็ยังแก้ได้แค่ครึ่งเดียวอยู่ดี เพราะมันไปคลายกล้ามเนื้อรอบท่อได้อย่างเดียว ส่วนผนังท่อที่บวม เสมหะที่ค้าง และถุงลมที่เสียไปแล้ว ยาไม่ได้ซ่อมให้ ผมอธิบายไว้ทั้งหมดในบทความพ่นยามาตั้งนาน ทำไมถุงลมโป่งพองยังไม่ดีขึ้นสักที และถ้าอยากรู้ว่าปอดมันพังได้ยังไงตั้งแต่ต้น อ่านได้ในถุงลมโป่งพองเกิดจากอะไร
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าหลอดในมือเป็นแบบไหน
อย่าดูที่สีครับ ให้ดู 3 อย่างนี้แทน
1. ดูวิธีใช้ที่หมอสั่ง — นี่คือตัวบอกที่ตรงที่สุดและใช้ได้ทันที
- สั่งว่า "พ่นเช้า-เย็น ทุกวัน" → หลอดพ่นประจำ กันไว้ก่อน
- สั่งว่า "พ่นเมื่อมีอาการ" หรือ "พ่นเวลาเหนื่อย" → หลอดช่วยตอนอาการมา
2. ดูชื่อบนหลอด ไม่ใช่ดูสีหลอด — ชื่อยาที่พิมพ์อยู่บนตัวหลอดคือสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยน ต่อให้เปลี่ยนโรงพยาบาลหรือเปลี่ยนยี่ห้อ ลองถ่ายรูปหลอดเก็บไว้ในมือถือ จะได้มีข้อมูลติดตัวเวลาไปหาหมอที่อื่นหรือเข้าห้องฉุกเฉิน
3. ถามเภสัชกรที่ร้านยาใกล้บ้าน — เอาหลอดไปให้ดูได้เลยครับ ไม่เสียเงิน ไม่ต้องรอวันนัด และเขาตอบได้ทันทีว่าตัวไหนทำหน้าที่อะไร
ผมจะไม่บอกนะครับว่าสีไหนคือตัวไหน เพราะถ้าผมบอกแล้วบังเอิญยี่ห้อที่คุณได้มาสีไม่ตรงกับที่ผมเขียน คุณจะใช้ยาผิดตัวเพราะบทความของผม ซึ่งผมรับผิดชอบตรงนั้นให้ไม่ได้
ทำไมหมอถึงให้มาสองอัน
หลายคนสงสัยว่าทำไมต้องสองหลอด ให้อันเดียวไม่ได้เหรอ
คำตอบคือ เพราะสองอันนี้แก้คนละปัญหา อันนึงกันไม่ให้กำเริบ อีกอันช่วยตอนกำเริบแล้ว ให้อย่างเดียวก็จะขาดอีกอย่างไป
ทีนี้มีบางคนได้มาหลอดเดียว นั่นก็ไม่ผิดครับ ขึ้นกับว่าโรคเราอยู่ระยะไหน บางระยะหมอให้พ่นประจำอย่างเดียวก็พอ บางคนหมอให้เป็นหลอดที่รวมยาสองอย่างไว้ในหลอดเดียว ไม่ต้องเทียบกับคนอื่นครับ ยาของใครก็ของคนนั้น
⚠️ เรื่องที่ผมต้องย้ำ
อย่าเอายาของคนอื่นมาพ่น ต่อให้เป็นโรคเดียวกันและสีหลอดเหมือนกันเป๊ะ เพราะขนาดยาและตัวยาอาจคนละอย่าง
อย่าเปลี่ยนหรือหยุดยาเองเพราะอ่านบทความนี้ ถ้าอ่านแล้วสงสัยว่าตัวเองอาจใช้ผิด ให้เอาข้อสงสัยไปถามหมอหรือเภสัชกร อย่าปรับเอง ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ละเอียดในบทความยาพ่นไม่พ่นได้ไหม หยุดเองได้ไหม
คำถามที่คนถามผมบ่อย
พ่นสองหลอด ต้องพ่นอันไหนก่อน?
โดยทั่วไปถ้าต้องพ่นสองอันในเวลาเดียวกัน มักให้พ่นตัวที่ขยายหลอดลมก่อน เพื่อให้ท่อเปิดแล้วอีกตัวลงไปได้ลึกขึ้น แต่ยาแต่ละสูตรมีคำสั่งไม่เหมือนกัน ให้ยึดตามที่หมอหรือเภสัชกรบอกเป็นหลักครับ
พ่นแล้วต้องบ้วนปากไหม?
ถ้าเป็นหลอดที่มีสเตียรอยด์ผสม (มักเป็นหลอดพ่นประจำ) ควรบ้วนปากกลั้วคอทุกครั้งหลังพ่น เพื่อกันเชื้อราในปาก ถ้าไม่แน่ใจว่าหลอดเรามีหรือไม่มี ถามเภสัชกรได้ครับ
เปลี่ยนโรงพยาบาลแล้วได้ยาสีไม่เหมือนเดิม แปลว่าหมอเปลี่ยนยาให้เหรอ?
ไม่จำเป็นครับ อาจเป็นยาตัวเดิมแต่คนละยี่ห้อ นี่แหละคือเหตุผลที่ผมบอกว่าอย่าจำด้วยสี ให้เทียบชื่อยาบนหลอดกับของเดิม ถ้าไม่แน่ใจให้ถามก่อนออกจากโรงพยาบาล
ยาพ่นหมดอายุดูตรงไหน?
ดูวันหมดอายุที่ตัวหลอดหรือกล่อง และสังเกตด้วยว่าพ่นแล้วยังมีละอองออกมาปกติไหม หลอดที่เหลือน้อยมากอาจพ่นแล้วได้แต่ลม ไม่ได้ยา
สรุป
1. สีหลอดไม่ใช่มาตรฐาน อย่าจำยาด้วยสี ให้จำด้วยชื่อบนหลอดและวิธีใช้ที่หมอสั่ง
2. ยาพ่นมี 2 หน้าที่ — ดับไฟ (พ่นเมื่อมีอาการ ออกฤทธิ์เร็ว อยู่ไม่นาน) กับ กันไฟ (พ่นประจำเช้าเย็น ไม่รู้สึกทันที แต่กันไม่ให้กำเริบ)
3. ห้ามใช้แทนกัน โดยเฉพาะการเอาตัวดับไฟมาใช้แทนตัวกันไฟ เพราะจะรู้สึกดีแต่โรคเดินหน้าต่อเงียบๆ
และถ้าจะให้ผมสั่งการบ้านสักข้อ เอาข้อเดียวพอครับ วันนี้หยิบหลอดยาขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ในมือถือทุกหลอด แล้วพิมพ์โน้ตไว้ใต้รูปว่าหมอสั่งให้พ่นยังไง แค่นี้เวลาไปหาหมอที่อื่น เข้าห้องฉุกเฉิน หรือลูกหลานต้องพาไปโรงพยาบาล ข้อมูลที่สำคัญที่สุดจะอยู่ในมือแล้ว
แล้วคุณหละ..?
มีอาการที่อยากปรึกษาผมมั้ยครับ
ผมอ่านทุกข้อความ และตอบทุกข้อความครับ ถามได้ทั้งเรื่องอาการที่เป็นอยู่ เรื่องยาที่หมอให้มาแล้วไม่เข้าใจ หรือเรื่องการดูแลพ่อแม่ที่บ้าน
ทักไปถามใน Messengerคำพูดทั้งหมดในบทความนี้มาจากข้อความที่คนทักมาปรึกษาผมจริง เผยแพร่โดยไม่ระบุชื่อและไม่ระบุที่อยู่ แก้เฉพาะคำที่พิมพ์ตกเพื่อให้อ่านง่ายขึ้นเท่านั้น
บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล การตัดสินใจเรื่องยาทุกอย่างต้องผ่านหมอที่ดูแลคุณอยู่
อัปเดตล่าสุด 30 กรกฎาคม 2569